ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา “เคล” กลายเป็นหนึ่งในผักสุขภาพที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนรักสุขภาพ หลายคนอาจเคยเห็นเคลในสลัด ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ หรือเครื่องดื่มสมูทตี้สีเขียวเข้ม แต่รู้หรือไม่ว่า เคลเป็นผักที่ปลูกยากพอสมควรในประเทศไทย จึงทำให้หลายคนอยากปลูกเองแต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ
บทความนี้จาก ฟาร์มอยู่ดี มีสุข จะพาคุณไปรู้จักเคลให้มากขึ้น ทั้งที่มา ประโยชน์ วิธีทาน ไปจนถึงเคล็ดลับการปลูก และเหตุผลว่าทำไมหลายคนจึงเลือกซื้อเคลจากฟาร์มของเรา
เคล ผักสุขภาพ มาจากไหน และมาเมืองไทยได้อย่างไร
เคล (Kale) เป็นผักในตระกูลเดียวกับกะหล่ำปลี บรอกโคลี และคะน้า มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Brassica oleracea
ผักชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในแถบ ยุโรปตอนเหนือและยุโรปตะวันตก โดยเฉพาะประเทศอย่างอังกฤษ สกอตแลนด์ และเยอรมนี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีอากาศเย็น
ในอดีตเคลถูกปลูกเพื่อเป็นอาหารพื้นบ้านของชาวยุโรปมานานหลายร้อยปี ต่อมาเมื่อกระแสอาหารสุขภาพเริ่มได้รับความนิยมทั่วโลก เคลจึงถูกนำไปปลูกในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย
เคลเริ่มเป็นที่รู้จักในไทยมากขึ้นในช่วงประมาณ 10–15 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในกลุ่มร้านอาหารสุขภาพ ร้านสลัด และคาเฟ่สายคลีน จนปัจจุบันเคลกลายเป็นหนึ่งใน ผักสุขภาพยอดนิยม ที่หลายคนอยากปลูกไว้กินเองที่บ้าน
เคล ผักสุขภาพ ให้ประโยชน์อะไร
เหตุผลสำคัญที่ทำให้เคลได้รับฉายาว่า “ราชินีแห่งผักใบเขียว” ก็เพราะมีสารอาหารที่อัดแน่นมากประโยชน์ของเคลที่สำคัญ ได้แก่
1. อุดมด้วยวิตามินสูงมาก เคลมีวิตามิน A วิตามิน C และวิตามิน K สูง ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน บำรุงสายตา และช่วยให้เลือดแข็งตัวตามปกติ
2. มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย และลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังหลายชนิด
3. ช่วยบำรุงหัวใจ ไฟเบอร์และสารพฤกษเคมีในเคลช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
4. ดีต่อระบบขับถ่าย เคลเป็นผักที่มีไฟเบอร์สูง ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น
5. มีแคลเซียมจากพืช ช่วยบำรุงกระดูก เหมาะสำหรับคนที่ไม่ทานนม
ด้วยเหตุนี้ เคลจึงกลายเป็นผักที่คนรักสุขภาพนิยมรับประทานกันทั่วโลก
เคล ผักสุขภาพ ทานอย่างไรถึงให้ประโยชน์
เคลสามารถนำมารับประทานได้หลายรูปแบบ และแต่ละแบบก็ให้ประโยชน์แตกต่างกันเล็กน้อย
1. สลัดเคลสด เป็นวิธีที่ได้รับสารอาหารมากที่สุด เพราะไม่ได้ผ่านความร้อน
2. ปั่นสมูทตี้สีเขียว นิยมปั่นร่วมกับแอปเปิ้ล กล้วย หรือสับปะรด ช่วยให้ทานง่ายขึ้น
3. ผัดน้ำมันมะกอก การผัดสั้น ๆ จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินบางชนิดได้ดีขึ้น
4. ทำเคลอบกรอบ (Kale Chips) เป็นของว่างเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมมาก
หากต้องการให้ได้ประโยชน์สูงสุด แนะนำให้รับประทาน เคลสดสลับกับเคลที่ผ่านการปรุงอาหารเล็กน้อย
เคล มีโทษกับใครบ้าง
แม้ว่าเคลจะเป็นผักที่มีประโยชน์มาก แต่ก็มีบางกลุ่มที่ควรระวัง
1. ผู้ที่ทานยาละลายลิ่มเลือด เนื่องจากเคลมีวิตามิน K สูง อาจส่งผลต่อการทำงานของยา
2. ผู้ที่มีปัญหาต่อมไทรอยด์ การทานเคลในปริมาณมากมากอาจมีผลต่อการดูดซึมไอโอดีน
3. ผู้ที่มีปัญหานิ่วในไตบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานเป็นประจำ
อย่างไรก็ตาม หากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม เคลก็ยังถือว่าเป็นผักที่ดีต่อสุขภาพอย่างมาก
เคลจากฟาร์มอยู่ดี มีสุข
ที่ ฟาร์มอยู่ดี มีสุข เราปลูกเคลหลายสายพันธุ์เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกตามความชอบ เช่น
-
บลูเคล (Blue Kale)
-
เคลไดโนเสาร์ (Dinosaur Kale)
เราปลูกเคลในกระถางหลายขนาด เหมาะสำหรับนำไปปลูกต่อที่บ้าน หรือวางประดับสวนครัวเล็ก ๆ ได้ ลูกค้าสามารถเลือกได้ทั้ง
-
เคลกระถาง
-
เคลตัดใบสดจากแปลง
มีหลายขนาด หลายราคา ให้เลือกตามความต้องการ
เคลสดตัดใบจากแปลง
สำหรับลูกค้าที่ต้องการเคลสด เรามี เคลตัดใบจากแปลง จำหน่ายทุกวัน
สามารถมาซื้อได้ที่
หน้าฟาร์มอยู่ดี มีสุข
เวลา 13:00 – 17:00 น.
หรือพบกับเราได้ที่
ตลาดเทศบาลตำบลน้ำคอก
เคลที่เราจำหน่ายเป็นเคลสดจากแปลง เก็บใหม่ทุกวัน ทำให้ได้ผักที่สด สะอาด และคุณภาพดี
เคล ปลูกยาก ทำไมหลายคนปลูกแล้วตาย
หลายคนที่เคยลองปลูกเคลอาจพบปัญหาเดียวกัน คือ
ปลูกแล้ว ต้นไม่โต ใบเป็นรู หรือโดนแมลงกินจนหมด
สาเหตุหลักที่ทำให้เคลปลูกยากในประเทศไทย ได้แก่
-
อากาศร้อน
-
แมลงศัตรูพืชจำนวนมาก
-
ดินที่ไม่เหมาะสม เรียนรู้เรื่องดินปลูกของเรา ได้ที่นี่
-
การดูแลที่ไม่สม่ำเสมอ
เคลเป็นผักที่เหมาะกับอากาศเย็น ดังนั้นการปลูกในพื้นที่ร้อนต้องใช้เทคนิคและประสบการณ์พอสมควร
ทำไมฟาร์มอยู่ดี มีสุขปลูกเคลแล้วโต
ที่ฟาร์มของเรา เราใช้วิธีการปลูกที่ปรับให้เหมาะกับสภาพอากาศในไทย เช่น
-
ใช้ดินปลูกที่โปร่ง ระบายน้ำดี
-
ใช้ชีวภัณฑ์ป้องกันและขับไล่แมลง
-
ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ
-
ใช้ระบบปลูกในกระถางควบคุมสภาพแวดล้อม
รวมถึงการดูแลแบบ เกษตรอินทรีย์ ที่เน้นการป้องกันศัตรูพืชตั้งแต่ต้น
จึงทำให้เคลของเราสามารถเติบโตได้ดีแม้อยู่ในสภาพอากาศร้อน
ศัตรูตัวฉกาจของเคล
ศัตรูหลักของเคลมีหลายชนิด โดยเฉพาะแมลงที่ชอบกินใบ ที่พบมาก ได้แก่
-
เพลี้ย
-
หนอนชอนใบ
-
หนอนกินใบ
ฟาร์มอยู่ดี มีสุขเลือกใช้ วิธีป้องกันแบบอินทรีย์ เพื่อลดการใช้สารเคมี
เพลี้ย ศัตรูหลักของเคล
เพลี้ยเป็นแมลงตัวเล็กที่ดูดน้ำเลี้ยงจากใบ ทำให้ใบหงิก งอ และต้นไม่โต วิธีป้องกันแบบอินทรีย์ ได้แก่
-
ฉีดพ่นน้ำหมักสะเดา
- ตั้งกระถางเคลในหมู่ไม้ดอก และสมุนไพรไล่แมลง
-
ใช้สน้ำยาล้างจาน และน้ำส้มควันไม้กำจัดแมลงเป็นประจำ
-
ปล่อยแมลงตัวห้ำตามธรรมชาติ
การป้องกันตั้งแต่ระยะต้นอ่อนเป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุด
หนอนชอนใบ
หนอนชอนใบจะเข้าไปกัดกินอยู่ภายในใบ ทำให้เกิดรอยเส้นสีขาวบนใบ วิธีป้องกัน เช่น
-
ฉีดพ่นด้วยน้ำส้มควันไม้กันแมลง
- ตั้งกระถางเคลในหมู่ไม้ดอก และสมุนไพรไล่แมลง
-
ตัดใบที่ถูกทำลายออก
-
ใช้ชีวภัณฑ์บีที (BT)
หนอนกินใบ
หนอนชนิดนี้สามารถกินใบเคลได้อย่างรวดเร็ว หากปล่อยไว้ไม่นานใบอาจหายหมดทั้งต้น การป้องกันแบบอินทรีย์ เช่น
-
ตรวจแปลงทุกวัน
-
เก็บหนอนออกด้วยมือ
-
ใช้เชื้อบีที (Bacillus thuringiensis)
เคลปลูกยาก ซื้อแบบกระถางจากฟาร์มดีกว่าอย่างไร
หลายคนอยากมี เคลปลูกที่บ้าน แต่ไม่อยากเริ่มต้นจากเมล็ด การซื้อ เคลกระถางจากฟาร์มอยู่ดี มีสุข มีข้อดีหลายอย่าง เช่น
-
ได้ต้นที่แข็งแรงแล้ว
-
ลดโอกาสต้นตาย
-
ดูแลง่ายกว่า
-
สามารถเก็บใบกินได้เลย
เพียงตั้งกระถางไว้ในที่แดดรำไร และรดน้ำสม่ำเสมอ ก็สามารถมีผักสุขภาพไว้ทานเองที่บ้านได้
ซื้อเคลจากฟาร์มอยู่ดี มีสุข สะดวกกว่า
หากคุณลองปลูกเคลแล้วไม่สำเร็จ ไม่ต้องกังวล เพราะคุณยังสามารถมีเคลสด ๆ ทานได้ง่าย ๆ
สามารถซื้อจากเราได้หลายช่องทาง
-
ซื้อที่ หน้าฟาร์มอยู่ดี มีสุข (ดูแผนที่)
-
ซื้อที่ ตลาดเทศบาลตำบลน้ำคอก
-
หรือสั่งผ่าน Grab Mart
สะดวก สด ใหม่ และไม่ต้องกังวลเรื่องการปลูก เพราะบางครั้ง การปลูกผักให้รอดไม่ใช่เรื่องง่าย
หากอยากมี เคล ผักสุขภาพ ไว้ทานที่บ้านให้ ฟาร์มอยู่ดี มีสุข ดูแลการปลูกให้คุณ แล้วคุณก็แค่เลือกซื้อเคลสด ๆ ไปทานได้อย่างสบายใจ

